"เติมเต็มความรู้ของคุณวันนี้ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้ ที่นี่ที่เดียว"
___ผมบอกได้เลยว่าคุณจะไม่มีวันจน หากคุณได้เรียนรู้ทักษะทางด้านการเงินจนสามารถนำมันไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆสถานการณ์ในชีวิตของคุณ มันจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น และถูกต้องขึ้น และเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม คุณจะสามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ เพราะโอกาสย่อมเป็นของคนที่พร้อมกว่าเสมอ ในทางตรงกันข้าม หากคุณหลีกเลี่ยงที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะทางด้านการเงิน ผมบอกได้เลยว่าโอกาสที่คุณจะมีอิสระภาพทางการเงินเริ่มริบหรี่ลงไปทุกที
___"ใครมีความฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการยกมือขึ้นหน่อยครับ " นี่เป็นคำถามที่ผมใช้ถามน้องๆนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง และกว่า 80% ยกมือขึ้น !! พวกเขาคิดว่า การเป็นเจ้าของกิจการจะสามารถทำให้เขามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีเงินมากพอที่จะทำให้พวกเขามีอิสระภาพทางด้านการเงิน แต่ความคิดนั้น ทำให้เด็กๆเหล่านั้นเริ่มห่างไกลไปจากอิสระภาพทางการเงินที่พวกเขาฝันหาทุกทีๆ เพราะการเป็นเจ้าของกิจการอาจทำให้คุณรวย แต่ไม่ทำให้คุณมีอิสระภาพทางการเงินได้ และเวลาที่พวกเขาจะกลับตัว เปลี่ยนความคิดใหม่ก็ลดลงทุกทีๆ ยังดีที่พวกเขาเป็นเด็ก แต่ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับคนที่อายุ 40 ล่ะ เมื่อพวกเขาเริ่มตระหนักถึงว่าทางที่เขาเลือกเดินนั้นมันผิด มันก็เริ่มจะสายเสียแล้วที่จะย้อนกลับไป
___ในชีวิตเพื่อนๆจะต้องมีเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นแน่นอนครับ แต่ละวันของเราเต็มไปด้วยการตัดสินใจเลือกทางเดิน จะซ้ายหรือขวา จะหน้าหรือหลัง จะบนหรือล่าง ...อะไรล่ะครับ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆเลือกทางเดินได้ถูกต้อง และพาเพื่อนๆไปถึงเป้าหมายหมายอย่างรวดเร็ว...สิ่งนั้นก็คือ "ความรู้"ครับ
ความรู้ที่จะทำให้เพื่อนๆสามารถประกาศอิสระภาพทางการเงินได้เร็วเรียกว่า "ความฉลาดทางการเงิน" ซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆพัฒนา "ทักษะทางการเงิน" หรือ "ไหวพริบทางการเงิน" ให้ดียิ่งขึ้นได้
___ลองย้อนกลับไปพิจารณาดูกันอีกทีครับว่าเด็กไทยสมัยนี้มีความเชื่อทางการเงินที่ผิดไปจากความจริง ...จริงหรือไม่ ... เมื่อลองพิจารณาดูผลการเลือกยื่นคะแนนในคณะที่เด็กๆอยากเรียนมากที่สุด ปรากฏว่า อันดับ 1-5 มีวิศวกรรมศาสตร์ 4 อันดับ และ วิทยาศาสตร์ 1 อันดับ นั่นแสดงให้เห็นถึงค่านิยมที่ว่าเด็กเรียนเก่ง เรียนดีอยากเรียนวิศวะ ผมคนหนึ่งในฐานะที่เรียนวิศวะเพราะได้คะแนนดี และเคยมีความคิดว่า การเรียนวิศวะจะทำให้เราสามารถสร้างรายได้ในอนาคตได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เมื่อลองมองดูอัตราเงินเดือนขั้นต่ำที่บริษัทจ่ายให้กับวิศวกรจบใหม่ จะพบทันทีเลยว่า "ชาตินี้กูไม่มีทางรวย" เพราะอัตราเงินเดือนในอดีตที่พ่อแม่ พี่ป้าน้าอา เคยบอกเราว่าวิศวะเงินเดือนเริ่มต้น 3 หมื่น มันไม่มีอีกแล้ว 10 ปีที่แล้ว ผมได้ยินว่าวิศวะเงินเดือนเริ่มต้น 3 หมื่น และผมคิดว่าเพื่อนๆก็คงเคยได้ยิน แต่ปัจจุบันนี้เงินเดือนเริ่มต้นวิศวะ 15,000 บาท ... โอ้แม่จ้าว... ใครไปทำให้พวกบริษัทเหล่านี้เกียดวิศวะรึปล่าวเนี่ย!! ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทำให้ค่าเงินลดลงเรื่อยๆ เงินเดือนขั้นต่ำวิศวกรยังลดลงอีก เรียกว่าโดน 2 เด้งครับ แล้วมันจะเหลืออะไรล่ะเนี่ย เมื่อก่อน 30,000 บาท ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 2,000 ชาม เดี๋ยวนี้ 15,000 บาท ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 500 ชาม ...แล้วกูจะรวยมั้ยเนี่ย !!
___ถ้าอย่างนั้น อะไรล่ะที่จะทำให้เรารวย อะไรล่ะที่จะทำให้คุณมีอิสระภาพทางการเงินเร็วขึ้นกว่าเดิม ... คำตอบคือ มีอาชีพมากมายครับ ที่จะทำให้คุณมีอิสระภาพทางการเงินเร็วขึ้นมากๆ แต่อาชีพทั้งหมดนั้น ไม่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยเลยแม้แต่เรื่องเดียวครับ
555+ มันเป็นเรื่องจริงที่หลายคนขำไม่ออกครับ
___มหาวิทยาลัยมุ่งสอนให้ผู้เรียน จบออกไปเป็นพนักงานที่ดีของบริษัท ...เคยมั้ยครับ ...เคยได้ยินอาจารย์พร่ำสอนไหมครับ ...จบไปแล้วเธอจะต้องไปเป็นหัวหน้าพนักงานในสายงานนะ แล้วถ้าเธอไม่มีความรู้เธอจะควบคุมพวกเขาได้มั้ย... จบไปแล้วเธอก็ต้องไปควบคุมดูแลระบบของโรงงานนะ แล้วถ้าเธอทำผิดพลาดรู้มั้ยว่าโรงงานจะเดือดร้อนแค่ไหน ... เวลาเธอไปทำงานในโรงงานนะ เข้าไปใหม่ๆจะต้องโดนพวกพนักงานลองของ ลองความรู้ แล้วถ้าเธอไม่เก่งจริงจะไปตอบคำถามเขาได้มั้ย... ถ้าเธอทำงานไม่ดี ไม่มีผลงาน แล้วจะเลื่อนตำแหน่งได้อย่างไร เพราะฉะนั้นหัดตั้งใจเรียนเอาไว้น่ะดีแล้ว... ทั้งหมดนี้และอีกมากมาย ล้วนพร่ำสอนให้ผม และเหล่านักเรียนทำงานโรงงาน กินเงินเดือน รอความเมตตาจากบริษัท เพื่อนๆผมในรุ่นเรียนจบออกมา 60% ทำงานบริษัท หรือ เป็นติวเตอร์รายชั่วโมงตามคำแนะนำที่ดีของอาจารย์ และอีก 20% เรียนต่อและรอเป็นอาจารย์ ที่เหลือว่างงานครับ ไม่มีใครเลยที่คิดจะมองหาลู่ทางที่จะนำตัวเองไปสู่อิสระภาพทางการเงิน ...บางคนให้เหตุผลว่า ทำงานหาประสบการณ์ บางคนบอกว่าขอพักก่อนซัก 1 ปีแล้วค่อยคิดต่อ บางคนหางานไม่เลยจำใจเรียนต่อ ... หลายคนที่เคยบอกผมว่าจะทำงานบริษัทปีสองปีแล้วเลิก แต่นี่ 5-6 ปีแล้วก็ยังไม่เลิก มันจะหาประสบการณ์อะไรกันขนาดน้านน ... เพราะติดกับดักแห่งวงจรนั้นเข้าแล้ว ทำงานได้เงินเดือน 2.5-4 หมื่น (รวม OT) ถ้าลาออกมา กูจะเอาอะไรกินล่ะ !!
___ยิ่งแก่ ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงก็น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มันไม่ยากอย่างที่หลายๆคนคิดเลย ทุกสิ่งทุกอย่างมันยากที่สุดก็ตรงที่ใจนั่นล่ะครับ คุณผู้ชาย เวลาจีบสาวช่วงไหนยากที่สุดครับ ... ก็ช่วงตัดสินใจที่จะไปคุยกับเค้า ใช่ไหมครับ มันกระอักกระอ่วน กลัวๆกล้าๆ งกๆเงิ่นๆ กลัวเค้าจะไม่คุยด้วย กลัวปฏิเสธ เอาไงดีว้าๆๆๆ ...แต่พอตัดสินใจเข้าไปคุยด้วยแล้ว ก็ไม่เห็นเป็นอย่างที่คิด คุณผู้หญิงก็คุยด้วยอย่างเป็นมิตร... เวลาออกแรงดันลังใหญ่ๆซักลังหนึ่ง ช่วงเวลาไหนออกแรงมากที่สุดครับ ...ก็ช่วงตอนเริ่มออกแรงก่อนที่ลังจะเคลื่อนที่ใช่ไหมครับ หลักการนี้เรียกว่าแรงต้านการเคลื่อนที่ หรือ แรงเสียดทาน ...ในใจเราก็เช่นกันครับ ..ทุกคนมีแรงเสียดทานในใจ ...แรงเสียดทานในใจนี้ คอยต้านทานการเปลี่ยนความคิดของเราครับ แต่เมื่อใดที่เราเอาชนะแรงเสียทานในใจได้ ที่เหลือก็ง่ายแล้วล่ะครับ
___ย้อนกลับไปเรื่องอาชีพที่มหาวิทยาลัยไม่มีสอนครับ อาชีพเหล่านี้ล่ะครับที่จะทำให้คุณมีอิสระภาพทางการเงินอย่างแท้จริง ... อาชีพเหล่านี้ไม่มีใครสอนครับ แต่ คุณสร้างสรรค์เองได้ ...ใช่ครับ คุณสร้างสรรค์อาชีพของคุณเองได้ และอาชีพเหล่านี้ล่ะครับ ที่จะทำให้คุณรวย แต่ก่อนที่คุณจะสามารถสร้างสรรค์อาชีพเหล่านั้นได้ คุณต้องมีความรู้ก่อนครับ ซึ่งความรู้เหล่านี้ก็ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัยอีกเช่นกันครับ คุณต้องเรียนรู้นอกตำรา
ความรู้ที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพที่คุณพอใจได้ มี 4 ส่วนครับ นั่นก็คือ
- ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ (Business)
- ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน (Investment)
- ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง (Self Improvement)
- ความรู้เกี่ยวกับโลกออนไลน์ (eBusiness)
___ดูเป็นงานยากนะครับ ที่จะสามารถหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมความรู้ให้ครบ 4 ส่วนนี้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือถ้าหากคุณจะเข้างานสัมมนาเพื่อเป็นการเรียนลัดในทักษะต่างๆ จะต้องใช้เงินซักเท่าไหร่ล่ะครับ ?? ... งานสัมมนาโดยเฉลี่ยก็จะประมาณ 2,000-10,000 บาท ต่อคอร์ส คุณต้องเรียนกี่คอร์สล่ะครับ จึงจะสามารถครอบคลุมความรู้ทั้งหมดได้ อาจจะ 5-10 คอร์ส นั่นเท่ากับคุณต้องใช้เงิน อย่างน้อยที่สุด 15,000-100,000 บาทเป็นอย่างน้อยนะครับ หรือถ้าคุณจะอ่านหนังสือ คุณต้องอ่านหนังสือกี่เล่มล่ะครับ 20 - 100 เล่ม ก็ต้องใช้เงินอีกไม่ต่ำกว่า 6,000 - 30,000 บาท
ดูจะเป็นงานหนัก และ ใช้เงินลงทุนสูงทีเดียวนะครับ
___แต่ผมขอเสนอวิธีการที่ง่ายขึ้นกว่านั้นมากๆครับ นั่นก็คือการสมัคร Private Members Area ของเวปไซต์นี้ครับ ซึ่งจะทำให้คุณได้เรียนรู้ ความรู้ทั้งหมด 4 ส่วนนี้ อย่างพร้อมเพรียงและเป็นระบบระเบียบมากขึ้นด้วยครับ เพื่อทำให้คุณสามารถนำความรู้ 4 ส่วนหลักนี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุดครับ
Private Member Area มีอะไรบ้าง
___Private Member Area เป็นพื้นที่ในหน้าเวปไซต์ที่จะเปิดให้เข้าดูเฉพาะคนที่สมัครสมาชิกเท่านั้นครับ โดยจะคิดค่าสมาชิกเป็นรายเดือน และมีการส่ง eClass เนื้อหาความรู้ต่างๆให้กับเพื่อนๆสมาชิกอย่างต่อเนื่องครับ โดยใน 1 เดือนจะมีเนื้อหาที่เพื่อนๆได้เรียนรู้กันดังนี้ครับ
- eClass หรือ PDF File (แล้วแต่ความเหมาะสม) ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ (Business) เป็นจำนวน อย่างน้อย 4 ชุด
- eClass หรือ PDF File (แล้วแต่ความเหมาะสม) ให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน (Investment) เป็นจำนวน อย่างน้อย 4 ชุด
- eClass หรือ PDF File (แล้วแต่ความเหมาะสม) ให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง (Self Improvement) เป็นจำนวนอย่างน้อย 4 ชุด
- eClass หรือ PDF File (แล้วแต่ความเหมาะสม) ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ + แอฟฟิลิเอท (eBusiness + Affiliate) เป็นจำนวนอย่างน้อย 4 ชุด
___ไฟล์ eClass แต่ละชุดจะมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง นั่นเท่ากับว่า ใน 1 เดือน คุณจะสามารถรับชมเนื้อหาต่างๆรวมทั้งหมด 16 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดนี้ทางผม และ ทีมงานเป็นคนจัดเรียบเรียงขึ้น มาจากการไปงานสัมมนาต่างๆ หรือ ตามหนังสือเล่มต่างๆ นำมาจัดเรียง และ แก้ไขเนื้อหาให้เหมาะสม และ สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น... ปัญหาหนึ่งที่ทางเราพบคือ งานสัมมนา หรือ หนังสือบางอย่าง ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะจะทำให้ไม่เข้าใจ แต่จริงๆแล้วเนื้อหาของงานนั้นดีมาก มันเป็นที่่น่าเสียดายที่โอกาสมีให้เฉพาะคนที่พอมีความรู้อยู่แล้วและต้องการต่อยอด แต่สำหรับมือใหม่ มันยากมากที่จะหาหนังสือซักเล่ม หรือ งานสัมมนาดีๆซักงานเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น ทางทีมงานของผมจึงได้ดีไซน์เนื้อหาขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับคนที่ยังไม่มีพื้นฐานทั้งในเรื่องของธุรกิจ การลงทุน แอฟฟิลิเอท ได้ทำความเข้าใจอย่างรวดเร็ว และสามารถต่อยอดได้
___เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆคนอาจจะคิดว่าค่าสมาชิกรายเดือนของ Private Member Area นั้นจะต้องแพงมากๆเป็นแน่ ซึ่งผมเข้าใจดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเงินลงทุน แต่ต้องการหาความรู้ เพราะผมเคยผ่านจุดนั้นมาเหมือนกัน มันยากครับที่มีเงินเพียงไม่กี่พันบาท แล้วอยากจะได้ความรู้ทั้งหมดนี้ไป แต่ที่นี่สามารถให้คุณได้ครับ...
___ความรู้ทั้งหมด 16 ชั่วโมง (เป็นอย่างน้อย) ต่อเดือน นั่นเท่ากับว่าคุณต้องเข้าร่วมงานสัมมนาอย่างน้อย 3 แห่ง และถ้าการสัมมนาของคุณมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,000 บาทล่ะ เท่ากับคุณต้องจ่ายเงินถึง 6,000บาททีเดียว นี่ยังไม่รวมค่ารถ ค่าเดินทาง หรือถ้าหากคุณอยากจะอ่านหนังสือล่ะ คุณต้องอ่านหนังสือกี่เล่มจึงจะกลั่นกรองความรู้มาได้เป็นจำนวน 16 ชั่วโมงครับ อาจจะ 8-15 เล่ม นั่นเท่ากับราคาที่คุณต้องจ่ายคืออย่างน้อย 1,500 - 3,000บาททีเดียว
แล้ว Private Member Area ของผมล่ะมีราคาเท่าไหร่กัน??
___ด้วยจำนวน eClass ที่มากถึง 16 eClass ระยะเวลาการบรรยาย 16 ชั่วโมงเต็ม แต่ Private Member Area ก็มีราคาเพียง 600 บาทต่อเดือนเท่านั้นครับ เป็นราคาที่ถูกอย่างอัศจรรย์ทีเดียวครับ และผมเชื่อว่าคงไม่มีที่ไหนที่จะกล้าให้ราคาถูกได้ขนาดนี้แล้วล่ะครับ เห็นด้วยไหมครับ ?
ยังไม่หมดเท่านั้นนะครับ
___ทางเราจะเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านต่างๆ มาช่วยในการบรรยายเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งค่าตอบแทนของวิทยากรในงานสัมมนาต่างๆนั้นเพื่อนๆก็คงทราบกันดีว่าแพงมาก และเงิน 600 บาทนี้คงจะเชิญใครมาไม่ได้แน่ๆ แต่เมื่อเรารวมเงินกันหลายๆคน จาก 600 เป็น 6,000 จาก 6,000 กลายเป็น 60,000 อำนาจในการต่อรองของพวกเราก็จะมากขึ้นนะครับ ก็จะสามารถไปเชิญวิทยากรเก่งๆมาช่วยในการสอนพวกเราได้ครับ ดังนั้น ผมจึงขออาสาทำหน้าที่ตรงนี้นะครับ เป็นตัวกลางในการที่จะทำหน้าที่ให้ความรู้เพื่อนๆ และ เชิญวิทยากรมาให้ความรู้เพื่อนๆ เพื่อผลประโยชน์กับทั้งเพื่อนๆเอง และ ตัวผมและทีมงานทุกคนด้วยนะครับ เรามาก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และ มั่งคั่ง ไปพร้อมๆกันนะครับ
Private Member Area ราคา 600 บาทต่อเดือนเท่านั้น บอกได้เลยว่าโคตรคุ้มที่สุดแล้วครับ
ยังไม่หมดอีกแล้วครับ
เพื่อเป็นการการันตีว่า การลงทุนของเพื่อนๆในครั้งนี้จะคุ้มค่ามากที่สุด ผมยินดีที่จะยื่นข้อเสนอนี้ให้ครับ
"ไม่พอใจยินดีคืนเงิน
ภายใน 15 วัน"
แต่ว่า
...
เนื่องจากขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าของผมเป็นแบบการโอนเงิน
ทางธนาคารดังนั้นหากให้เพื่อนๆมานั่งโอนเงินทุกเดือนๆ
จะทำให้เพื่อนๆลำบาก (จริงๆ แล้ว ผมเองที่ลำบาก)
ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตที่จะเก็บเงินเป็นราย 3
เดือน รวมเป็นเงิน 1,800 บาท หรือ
สั่งซื้อ
Private Member Area เดี๋ยวนี้เลยครับในราคาเพียง
1,800บาท (ต่อ 3 เดือน)
***แก้ไขเพิ่มเติม
___เนื่องจาก
Private Member Area มีเพื่อนๆหลายคน Complain
มาว่าการเก็บเงินราย 6 เดือนนั้นยาวนานเกินไป
และไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานกันก่อน
จึงยังไม่สามารถตัดสินใจได้
เมื่อทางผมได้พิจารณาดูแล้ว
ก็เห็นว่าเป็นจริงที่การเก็บเงิน 6
เดือนคงจะมากเกินไป เมื่อผมได้ปรึกษาหลายๆคนแล้ว
จึงได้ข้อสรุปออกมาดังนี้ครับ
- เก็บเงินครั้งละ 3 เดือนเป็นจำนวนเงิน 1,800 บาท (สำหรับ 40 คนแรกเท่านั้น ราคา 1,500 บาท)
- เพื่อ ไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกันว่าคนที่มาทีหลังจะจ่ายเงินน้อยกว่า และได้ดู eClass ก่อนหน้านั้นด้วย ซึ่งไม่ยุติธรรม จึงจะมีการเก็บเงินเป็นรอบๆ ยกตัวอย่างเช่น
_______รอบสอง ช่วงเวลา ก.พ. - เม.ย. เป็นเวลา 3 เดือน ไม่ว่าคุณจะเข้าซื้อช่วงเวลาไหนใน 3 เดือนนี้ เนื้อหา eClass ก็จะเป็นของ 3 เดือนนี้
_______รอบสาม ช่วงเวลา พ.ค. - ก.ค. เป็นเวลา 3 เดือน ไม่ว่าคุณจะเข้าซื้อช่วงเวลาไหนใน 3 เดือนนี้ เนื้อหา eClass ก็จะเป็นของ 3 เดือนนี้
_______และเป็นแบบนี้เรื่อยๆ
- ราคา ลด 300 บาท (สำหรับ 40 คนแรก จากราคาปกติ 1,800 เหลือ 1,500 บาท) จะเริ่มใหม่ทุกรอบ ยกตัวอย่างเช่น รอบนี้คุณซื้อลำดับที่ 30 คุณได้ซื้อในราคา 1,500 บาท รอบถัดไปคุณซื้อลำดับที่ 50 คุณต้องซื้อในราคา 1,800 บาท
- สามารถจองรอบล่วงหน้าก่อนได้ โดยการโอนเงินมาล่วงหน้า
- เปลี่ยนแปลงระยะเวลาการคืนเงิน จาก 7 วันเป็น 15 วัน
ขอย้ำอีกครั้งครับว่า...โดยสรุป
สินค้าต้องสั่งซื้อเป็นราย 3 เดือน รวมราคา 1,800 บาท
และไม่พอใจยินดีคืนเงินภายใน 15 วัน
- เมื่อได้รับแจ้งการโอนเงินแล้ว ทางทีมงานจะจัดส่ง Username และ Password ไปให้ในวันที่ 1 พย 2551 หรือ ถ้าสั่งซื้อหลังจากนั้น จะจัดส่งไปให้ภายใน 24 ชั่วโมง
- เมื่อโอนเงินมาแล้ว กรุณาเก็บเอกสารหลักฐานการโอนเงินไว้ก่อน จนกว่าคุณจะได้รับสินค้าเป็นที่เรียบร้อยครับ
- หากมีข้อสงสัยอื่นๆ สามารถสอบถามได้ผ่านทางเวปบอร์ด
Private Member Area จะเริ่มเปิดรอบแรกวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 นี้ครับ